เคยอ่านหนังสือเล่มไหนไหม…ที่ตัวหนังสือที่งดงามของมันนั้นให้ทั้งรอยยิ้มและหยดน้ำตา
หากใครยังไม่เคยเจอหนังสือเล่มใดที่ทำให้รู้สึกเช่นนี้ ขอแนะนำให้ลองอ่านหนังสือดีๆที่ชื่อ ‘เพลงรักเพลงสุดท้าย’
‘เพลงรักเพลงสุดท้าย: Unforgetable Melody’
เป็นเรื่องราวของความรักที่เรียบเรียงโดย ‘นนทยา’ แห่งสำนักพิมพ์ Fine Book
ด้วยเรื่องราวที่มีความยาวเพียง 127 หน้า แต่อัดแน่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่กรั่นกรองออกมาอย่างสวยงาม
ทุกๆตัวหนังสือของทุกๆบรรทัดของทุกๆหน้าของ ‘เพลงรักเพลงสุดท้าย’ ล้วนสื่อความหมายของคำว่ารักได้อย่างเรียบง่ายแต่กินใจ
ตั้งแต่เมื่อเริ่มแรกที่‘พรหมลิขิต’ได้เริ่มมันทำหน้าที่ของมัน
ต่อเติมเสริมแต่งด้วย‘ความบังเอิญ’หลายต่อหลายครั้ง
จนกลั่นตัวออกมาเป็นความอบอุ่นของคำว่ารักดั่งเสียงเพลงไพเราะที่บรรเลงอย่างเสนาะใจ
เหมือนที่ฉันเชื่อว่าความรักจำเป็นต้องมีองค์ประกอบที่เรียกว่า ‘พรหมลิขิต’และ‘ความบังเอิญ’ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว
เหมือนดั่งตัวโน๊ตแต่ละตัวที่คอยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่คอยแต่งเติมเสริมประสานเสียงบรรเลงเป็นบทเพลง
และบทเพลงนั้นก็มีได้ทั้งที่เป็นเพลงสุขและเพลงโศก ทั้งบทเพลงที่จบลงอย่างสมบูรณ์และบทเพลงที่ไม่มีวันทำให้สมบูรณ์ได้
ช่วงเวลาที่ฉันอ่าน’เพลงรักเพลงสุดท้าย’ ฉันรู้สึกราวกับว่ากำลังฟังเพลงบรรเลงเพลงหนึ่งที่มีตัวโน๊ตซับซ้อนเกินความคาดเดา
บทเพลงที่ชวนให้ติดตามว่านักแต่งเพลงที่ชื่อ’นนทยา’ จะเขียนเพลงนี้ให้มันจบลงด้วยโน๊ตตัวใด
เมื่อเสียงตัวโน๊ตตัวสุดท้ายของหน้า 127 ค่อยๆเลือนหายไป ต่อมสะเทือนอารมณ์ฉันก็ถูกกระตุ้นให้ทำงานโดยทันที
จึงไม่แปลกหากฉันจะยกหนังสือเล่มนี้ให้เป็นหนังสือยอดเยี่ยมของฉันเป็นเล่มที่สองรองจาก ‘Tuesday with Morey’
‘เพลงรักเพลงสุดท้าย: Unforgetable Melody’
เป็นเรื่องราวของ ฟายน์ นักเขียนสาวที่ไม่ค่อยมีจุดพอดีของความรู้สึกผู้ซึ่งมักใช้หัวใจและความรักเป็นห้องทดลองของงานเขียน
เทป โปรดิวเซอร์และนักดนตรีผู้ซึ่งชีวิตของเขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อน้องชายผู้เป็นสมาชิกในครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการพบเจอกันที่เลวร้ายของทั้งคู่ที่จบลงด้วยความขุ่นเคือง
เทปถูกจ้างให้มาเล่นดนตรีในงานเปิดตัวหนังสือของฟายน์ที่มีชื่อว่า ‘ความผูกพันออนไลน์’
ผลงานอีกหนึ่งชิ้นซึ่งคลอดจากห้องทดลองหัวใจและความรักของฟายน์
แต่มันคงจะดีกว่านี้หากผู้ร่วมทดลองคนนั้นไม่ใช่ น่าน น้องชายแท้ๆของเทป
เทปฝังใจโกรธแค้นฟายน์โทษฐานที่หญิงสาวทำให้น้องชายของเค้าต้องเจ็บปวด
ในขณะที่ฟายน์กลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาหากความรักมันเดินไปข้างหน้าด้วยกันต่อไปไม่ได้ก็ควรที่จะหยุดลง
แต่ ‘ความบังเอิญ’ หรือที่เทปมองว่ามันคือ ‘ความจำเป็น’ ก็เล่นตลกให้ทั้งคู่ต้องวนเวียนมาพบเจอกันบ่อยๆ
เช่นความบังเอิญที่เทปเป็นครูสอนดนตรีที่เพิ่งถูกจ้างมาให้สอนน้องสาวต่างพ่อของฟายน์
หรือความบังเอิญที่พ่อเลี้ยงของฟายน์ซึ่งเป็นเจ้านายของเทปได้ชักชวนให้ฟายน์มาแต่งเพลงและทำงานร่วมกันกับเทปที่บริษัท
มีใครบางคนบอกว่าหากเรากำลังโกรธแค้นใคร นั้นแปลว่าใครคนนั้นกำลังมีอิทธิพลต่อเรา
มันคงเป็นดั่งที่เทปและฟายน์ที่ต่างคนต่างก็มีอิทธิพลต่อกันจนก่อกลายเป็นความรัก
แต่ก็เป็นความรักที่ยากจะลงตัวเพราะเทปเองแทบไม่กล้าจะยอมรับเพราะไม่อยากจะทำร้ายความรู้สึกน้องชายตัวเอง
ความรักของทั้งสองคนจึงเป็นเหมือนบทเพลงที่ไม่รู้ว่าจะจบด้วยโน๊ตตัวสุดท้ายตัวไหนดี
มีประโยคสวยงามที่ชวนให้ฉุกคิดมากมายจากหนังสือเล่มนี้
ที่อ่านแล้วทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอมไปกับความงดงามของตัวหนังสือ
"เราไม่ได้เลือกความรัก ความรักต่างหากที่เลือกเรา"
มันคงจะจริงสินะเพราะมันก็เกิดขึ้นกับใครหลายๆคน
การที่เราไม่อาจจะหาคำตอบได้ว่าความรักเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่
เรามักจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อเราได้รักใครคนนั้นไปแล้วหมดทั้งใจ
แต่คำถามคาใจที่สำคัญก็เกิดขึ้นมาตาทันทีเช่นกันว่า
"หากความรักเลือกเราแล้ว แล้วความรักได้เลือกใครอีกคนคนนั้นด้วยหรือเปล่า"
และนี่ก็เป็นคำถามที่ฉันกำลังค้าหาอยากรู้อยู่เหมือนกัน
"มันต้องเจ็บปวดแค่ไหน และใช้ความอดทนมากเท่าไรที่ต้องใช้ในการรักคนที่เขาไม่รักเรา"
"ความรักอาจจะไม่ยาก แต่การคบกันต่างหากที่ยาก"
"เมื่ออยากเจอใครก็ไปหาเขาเลย อยากบอกความรู้สึกของตัวเองกับใคร ก็พูดไปเลย
ไม่ต้องมามัวคิดมาก ว่าจะเหมาะหรือเปล่า จะดีหรือเปล่า
ไม่ต้องรอให้เขามาหาก่อน และไม่ต้องรอให้เขามาบอกความรู้สึกของเขากับเราก่อน"
อ่านแล้วมันทำให้ฉันอยากมีความกล้าแบบนี้บ้างจัง…
กี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ที่ฉันปล่อยให้ความรักหลุดลอยไป
เพียงเพราะว่าไม่กล้าที่จะบอกและไม่กล้าที่จะยอมรับความรู้สึกตัวเอง
"ความรัก หากไม่อยู่ใกล้แล้วหมั่นเติมใจ สักวันก็อาจจะห่างเหินจนขาดจากกันไป"
บางคนคงอาจจะไม่เห็นด้วย แต่สำหรับคนที่ไม่บูชารักระยะห่างไกลอย่างฉันขอร่วมเห็นด้วยสุดตัวสุดใจ
ใช่ว่าระยะห่างไกลจะทำให้ไม่อาจหมั่นเติมความสุขในใจได้เลยซะทีเดียว
แต่มันคงจะดีกว่าหากคนรักกันได้อยู่ใกล้กัน จริงไหม…
"ในวันที่มีความรัก โลกดูสดใสกว่าทุกวันผ่านๆมา แม้ว่าโลกในวันนี้อาจจะมีดอกไม้บานในจำนวนเท่าเดิมกับโลกในวันเมื่อวาน"
นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของข้อความสวยๆที่ทำให้ฉันหลงรักหนังสือเล่มนี้
มันเป็นเพราะไม่ได้เรื่องของฉันเองที่ไม่อาจถ่ายทอดความรู้สึกที่ฉันได้รับจาก’เพลงรักเพลงสุดท้าย’ได้ดีกว่านี้
ถ้าเป็นไปได้ไปลองหามาอ่านกันดูนะ แล้วเธอจะรู้ว่า
ตัวหนังสือที่งดงามของมันนั้นให้ทั้งรอยยิ้มและหยดน้ำตา…ได้อย่างไร
written by: naynujang
Review of ‘เพลงรักเพลงสุดท้าย: Unforgetable Melody’ โดย ‘นนทยา’ สำนักพิมพ์ Fine Book; 2549
ขออภัยในการดัดแปลงข้อความบางส่วนเพื่อความลื่นไหลในงานเขียนชิ้นนี้ หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
spoil ซะอยากอ่านเลยนะเนี่ยยย *~
555