1.15 AM
ทำยังไงก็ไม่อาจข่มตาให้หลับ
ไอหนาวเริ่มปกคลุมเหมือนเป็นสัญญาณว่าหน้าหนาวกำลังมาเยือน
ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มกาย โดยรู้ดีว่ามันไม่อาจทำหน้าที่ห่มใจให้หายสั่นไหวได้
เปิดวิทยุเบาๆหวังให้เสียงเพลงช่วยกล่อมความเงียบเหงาของหัวใจ
พลันนึกถึงคำพูดของเพื่อนฉันคนหนึ่งที่เป็นดีเจคลื่นวิทยุคลื่นหนึ่ง
"หลายๆคนใช้เสียงเพลงช่วยคลายความเหงา แต่จะมีใครคิดบ้างไหมว่า
คนที่คอยเปิดพลงเหงาๆให้อยู่หลังไมค์ ก็กำลังเหงาจับใจอยู่เหมือนกัน"
10.27 AM
เสียงมือถือปลุกฉันจากที่นอน
จริงๆมันก็ไม่ใช่ที่นอนหรอก เพราะฉันใช้บริการพื้นพรมของห้องนั่งเล่นมานานแล้ว
เตียงนอนในห้องนอนมันกว้างใหญ่และเงียบเหงาเกินไป
วันนี้เหมือนมีอะไรบางอย่างบอกฉันว่า…
อยากจะลองอะไรใหม่ๆ อยากทำอะไรแปลกๆ อยากคิดอะไรด้วยมุมมองใหม่ๆ
11.45 AM
ฉันตัดสินใจทิ้งกุญแจรถไว้ในห้อง
แล้วยืนรอรถเมล์อย่างที่ไม่ได้ทำมานาน
เกือบจะเปลี่ยนใจเพราะไอร้อนและควันฝุ่น
ฉันไม่ได้รังเกียจรถเมล์ แต่ฉันเป็นพวกสุขนิยมที่เกลียดการรอคอย
แต่สุดท้ายฉันก็ย่างเท้าก้าวขึ้นรถ
สิ่งใหม่ๆสิ่งแรกของวัน คือการที่วันนี้ฉันได้รู้ว่า
"ค่าโดยสารมันเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เลยหรือ"
12.15 PM
ฉันไปถึงจุดหมายที่สำคัญของวัน
ก่อนจะทำอะไร ฉันตัดสินใจเติมพลังให้กับร่างกาย
ฉันเดินไปนั่งทานข้าวกลางวันกับเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ใต้คณะสมัยเรียนปริญญาตรี
เพื่อนกลุ่มที่เรากำลังจะช่วยกันสานฝันร่วมกันทำหนังสือของพวกเรา
สองสามวันแล้วที่ฉันได้นั่งคุยสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มนี้
การลองพบเพื่อพูดคุยกับคนกลุ่มใหม่ๆ
มันช่างก่อเกิดจินตนาการทางความคิดใหม่ๆที่สร้างสรรค์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
การสนทนาแลกเปลี่ยนทางความคิด
มักจะมีพลังอะไรบางอย่างที่คอยสร้างมุมมองใหม่ๆให้เราได้เสมอ
2.31 PM
ฉันมีนัดสำคัญกับอาจารย์ที่เคารพรัก
เพื่อพูดคุยเรื่องวิทยานิพนธ์ที่กำลังจะมาเป็นเรื่องสำคัญของอนาคตชีวิตฉัน
ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่า การที่ฉันตัดสินใจที่จะทำวิทยานืพนธ์
มันจะส่งผลให้ ความเป็นสุขนิยมของฉันจะถูกแทนที่ด้วยทุกข์นิยมหรือไม่
หรือว่าลึกๆแล้ว…
ฉันเป็นพวกทุกขสุขนิยม ที่นิยมใช้ความทุกข์มาสร้างความสุขให้กับตัวเอง
แต่อย่างน้อยวันนี้ฉันก็ได้พบเพื่อนใหม่อีกหนึ่งคน
มิตรภาพใหม่ๆ มักจะสร้างมุมมองใหม่ให้กับเรา
เพียงหากเราเลือกที่จะเปิดใจยอมรับและเป็นกลางกับทุกๆความคิด ทุกๆมุมมอง
6.02 PM
ตัดสินใจนั่งรถเมล์อีกครั้ง บอกลารถเท็กชี่ที่เคยใช้เป็นประจำ
คราวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนตอนกลางวัน
การถูกผลักดันให้ไปยืนอยู่ข้างหลังสุด
และต้องคอยต่อสู้กับความคิดหวาดกลัวที่ว่า
แล้วฉันจะเบียดขึ้นไปข้างหน้าเพื่อขอลงที่ป้ายประจำทางที่ต้องการได้อย่างไร
ฉันยืนมองดูคนที่เบียดแน่นในรถ
พร้อมคำถามมากมายในหัว
ทำไมฉันกับพวกเค้าถึงได้มาร่วมเดินทางด้วยกันได้
ถึงแม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม
แล้วเค้าจะไปไหนกัน จุดหมายปลายทางของแต่ละคนคือที่ใด
วันนี้พวกเค้าแต่ละคนผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง
เค้ามีความสุขไหม ทุกข์ไหม
มีใครบ้างที่กำลังสุขกว่าฉัน หรือมีใครบ้างที่กำลังทุกข์กว่าฉัน
แล้วมีใครบ้างไหม ที่กำลังเหงาเหมือนฉัน
6.30 PM
"หากเราเดินช้าลงสักนิด เราจะมองเห็นโลกได้มากขึ้น"
ฉันตัดสินใจลงจากรถก่อนถึงปลายทางที่ตั้งใจไว้
เพื่อลองเดินไปเรื่อยๆตามทาง
เส้นทางที่ฉันขับรถหรือนั่งรถผ่านเป็นประจำ
แต่ฉันไม่เคยมีโอกาสได้สังเกตสิ่งใดๆรอบตัว
ฉันเพิ่งรู้ว่าร้านดอกไม้ที่ฉันเคยซื้อ ได้เลิกกิจการไปแล้ว
ฉันเพิ่งรู้ว่าสี่แยกแถวๆบ้านฉันก็มีน้ำพุสวยๆเหมือนกัน
ฉันเพิ่งรู้ว่าที่ดินว่างเปล่าที่ฉันเคยดูไว้ ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นคอนโดหรู
ฉันเพิ่งได้รู้อะไรใหม่ๆที่ฉันไม่เคยได้เห็นมาก่อนได้มากมายจริงๆ
7.14 PM
ฉันฝังตัวเองอยู่ในมุมมุมหนึ่งในFood Courtของห้างห้างหนึ่ง
ณ มุมหนึ่ง คู่รักคู่หนึ่งกำลังหยอกเอิน นั่งหัวเราะพูดคุย สนุกสนาน
ณ มุมหนึ่ง คู่รักอีกคู่หนึ่งกำลังพยายามง้องอนออดอ้อนคนรัก
ณ มุมหนึ่ง คู่รักสูงอายุคู่หนึ่งกำลังนั่งส่งยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น
ภาพที่เห็นมันช่างดูน่าอิจฉา สำหรับคนที่นั่งอยู่คนเดียวอย่างไร้คู่อย่างฉัน
แต่เมื่อฉันกวาดสายตาไปรอบๆ
แม้บรรยากาศรอบตัวจะดูเหมือนมีคู่รักมากมายรายล้อม
แต่ก็มีใครอีกหลายๆคนที่กำลังนั่งอยู่คนเดียวเพียงลำพังเช่นกัน
ทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาว่า
จริงๆแล้วคนที่เหงา เค้าไม่เหงาหรอก เพราะว่ายังมีคนอีกมาก "ที่กำลังเหงาเป็นเพื่อนเค้า"
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงจากปลายทางบอกฉันให้เดินไปยังจุดนัดพบ
ระหว่างทางฉันเจอชายหญิงคู่หนึ่งเดินจูงมือกับอย่างอบอุ่นกระหนุงกระหนิง
แต่สายตาฉันมันดันไปสะดุดถ้อยคำบนเสื้อของฝ่ายหญิงที่ว่า
"คนที่ไม่รักดี คนที่ดีไม่รัก"
โลกนี้ก็มีอะไรที่แปลกดีเนอะ ฉันอยากรู้จริงๆว่าฝ่ายชายเค้ากำลังคิดอะไร
9.36 PM
เสร็จสิ้นจากอาหารเย็นท่ามกลางสายฝน
ฉันนั่งรถกลับบ้านโดยมีเพื่อนฉันเป็นคนขับ
การเป็นคนนั่งมันดีอย่างนี้นี่เอง
ได้มองข้างทางได้มากขึ้น มีมุมมองที่กว้างมากขึ้น
บางครั้ง ภาระหน้าที่ มันก็เป็นตัวบดบังมุมมองต่างๆได้เหมือนกัน
แต่มันก็คงเป็นเรื่องยาก ที่จะผละจากภาระหน้าที่ทั้งหมดที่มี
เพราะยังไงเราก็คงไม่มีโอกาสได้มองโลกรอบทิศทางอย่างที่ต้องการ
เรื่องราวต่างๆมันมักจะมีด้วยกันสามมุมมองเสมอ
มุมมองที่เรามองเห็นและยอมรับ
มุมมองที่เรามองเห็นแต่เราไม่ยอมรับ
และมุมมองที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้มอง
1.28 AM
นั่งเขียนบล็อคด้วยความตั้งใจว่า…
วันนี้ฉันจะลองเขียนเรื่องราวด้วยวิธีที่ไม่เคยเขียนและไม่ถนัดที่จะเขียน
แต่เพราะว่าวันนี้ฉันอยากจะลองอะไรใหม่ๆ อยากทำอะไรแปลกๆ อยากคิดอะไรด้วยมุมใหม่ๆ
ไอหนาวที่เกาะกุมผิวกายเริ่มฝังลึกลงไปถึงผิวใจ
มีเพียงเสียงเพลงเบาๆช่วยโอบกล่อมความเงียบเหงาของความรู้สึก
นึกถึงเพื่อนดีเจคนนั้นแล้วอยากจะบอกว่า
"เธอยังมีฉันตรงนี้อีกคน ที่คอยฟังเพลงที่เธอเปิดและจะคอยเหงาเป็นเพื่อนกัน"
เพราะจริงๆแล้วตัวเราเองเท่านั้นที่คิดว่าเหงา
แต่ว่าเราไม่เหงาหรอก…
เพราะว่ายังมีใครต่อใครอีกมากมายในโลกใบนี้ ที่กำลังเหงาเป็นเพื่อนเรา
2.22 AM
ฉันไปนอนแล้วนะ หลับฝันดี
written by: naynujang
2.23 AM