ชีวิตหนึ่งวันกับโลกต่างมุมมอง

1.15 AM
 
ทำยังไงก็ไม่อาจข่มตาให้หลับ
ไอหนาวเริ่มปกคลุมเหมือนเป็นสัญญาณว่าหน้าหนาวกำลังมาเยือน
ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มกาย โดยรู้ดีว่ามันไม่อาจทำหน้าที่ห่มใจให้หายสั่นไหวได้
เปิดวิทยุเบาๆหวังให้เสียงเพลงช่วยกล่อมความเงียบเหงาของหัวใจ
พลันนึกถึงคำพูดของเพื่อนฉันคนหนึ่งที่เป็นดีเจคลื่นวิทยุคลื่นหนึ่ง
 
"หลายๆคนใช้เสียงเพลงช่วยคลายความเหงา แต่จะมีใครคิดบ้างไหมว่า
คนที่คอยเปิดพลงเหงาๆให้อยู่หลังไมค์ ก็กำลังเหงาจับใจอยู่เหมือนกัน"
 
10.27 AM
 
เสียงมือถือปลุกฉันจากที่นอน
จริงๆมันก็ไม่ใช่ที่นอนหรอก เพราะฉันใช้บริการพื้นพรมของห้องนั่งเล่นมานานแล้ว
เตียงนอนในห้องนอนมันกว้างใหญ่และเงียบเหงาเกินไป
 
วันนี้เหมือนมีอะไรบางอย่างบอกฉันว่า…
 
อยากจะลองอะไรใหม่ๆ อยากทำอะไรแปลกๆ อยากคิดอะไรด้วยมุมมองใหม่ๆ
 
11.45 AM
 
ฉันตัดสินใจทิ้งกุญแจรถไว้ในห้อง
แล้วยืนรอรถเมล์อย่างที่ไม่ได้ทำมานาน
เกือบจะเปลี่ยนใจเพราะไอร้อนและควันฝุ่น
ฉันไม่ได้รังเกียจรถเมล์ แต่ฉันเป็นพวกสุขนิยมที่เกลียดการรอคอย
แต่สุดท้ายฉันก็ย่างเท้าก้าวขึ้นรถ
สิ่งใหม่ๆสิ่งแรกของวัน คือการที่วันนี้ฉันได้รู้ว่า
 
"ค่าโดยสารมันเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เลยหรือ"
 
12.15 PM
 
ฉันไปถึงจุดหมายที่สำคัญของวัน
ก่อนจะทำอะไร ฉันตัดสินใจเติมพลังให้กับร่างกาย
ฉันเดินไปนั่งทานข้าวกลางวันกับเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ใต้คณะสมัยเรียนปริญญาตรี
เพื่อนกลุ่มที่เรากำลังจะช่วยกันสานฝันร่วมกันทำหนังสือของพวกเรา
สองสามวันแล้วที่ฉันได้นั่งคุยสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มนี้
การลองพบเพื่อพูดคุยกับคนกลุ่มใหม่ๆ
มันช่างก่อเกิดจินตนาการทางความคิดใหม่ๆที่สร้างสรรค์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
 
การสนทนาแลกเปลี่ยนทางความคิด
มักจะมีพลังอะไรบางอย่างที่คอยสร้างมุมมองใหม่ๆให้เราได้เสมอ
 
2.31 PM
 
ฉันมีนัดสำคัญกับอาจารย์ที่เคารพรัก
เพื่อพูดคุยเรื่องวิทยานิพนธ์ที่กำลังจะมาเป็นเรื่องสำคัญของอนาคตชีวิตฉัน
ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่า การที่ฉันตัดสินใจที่จะทำวิทยานืพนธ์
มันจะส่งผลให้ ความเป็นสุขนิยมของฉันจะถูกแทนที่ด้วยทุกข์นิยมหรือไม่
หรือว่าลึกๆแล้ว…
 
ฉันเป็นพวกทุกขสุขนิยม ที่นิยมใช้ความทุกข์มาสร้างความสุขให้กับตัวเอง
 
แต่อย่างน้อยวันนี้ฉันก็ได้พบเพื่อนใหม่อีกหนึ่งคน
มิตรภาพใหม่ๆ มักจะสร้างมุมมองใหม่ให้กับเรา
เพียงหากเราเลือกที่จะเปิดใจยอมรับและเป็นกลางกับทุกๆความคิด ทุกๆมุมมอง
 
6.02 PM
 
ตัดสินใจนั่งรถเมล์อีกครั้ง บอกลารถเท็กชี่ที่เคยใช้เป็นประจำ
คราวนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนตอนกลางวัน
การถูกผลักดันให้ไปยืนอยู่ข้างหลังสุด
และต้องคอยต่อสู้กับความคิดหวาดกลัวที่ว่า
แล้วฉันจะเบียดขึ้นไปข้างหน้าเพื่อขอลงที่ป้ายประจำทางที่ต้องการได้อย่างไร
 
ฉันยืนมองดูคนที่เบียดแน่นในรถ
พร้อมคำถามมากมายในหัว
ทำไมฉันกับพวกเค้าถึงได้มาร่วมเดินทางด้วยกันได้
ถึงแม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม
แล้วเค้าจะไปไหนกัน จุดหมายปลายทางของแต่ละคนคือที่ใด
วันนี้พวกเค้าแต่ละคนผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง
เค้ามีความสุขไหม ทุกข์ไหม
 
มีใครบ้างที่กำลังสุขกว่าฉัน หรือมีใครบ้างที่กำลังทุกข์กว่าฉัน
แล้วมีใครบ้างไหม ที่กำลังเหงาเหมือนฉัน
 
6.30 PM
 
"หากเราเดินช้าลงสักนิด เราจะมองเห็นโลกได้มากขึ้น"
 
ฉันตัดสินใจลงจากรถก่อนถึงปลายทางที่ตั้งใจไว้
เพื่อลองเดินไปเรื่อยๆตามทาง
เส้นทางที่ฉันขับรถหรือนั่งรถผ่านเป็นประจำ 
แต่ฉันไม่เคยมีโอกาสได้สังเกตสิ่งใดๆรอบตัว
ฉันเพิ่งรู้ว่าร้านดอกไม้ที่ฉันเคยซื้อ ได้เลิกกิจการไปแล้ว
ฉันเพิ่งรู้ว่าสี่แยกแถวๆบ้านฉันก็มีน้ำพุสวยๆเหมือนกัน
ฉันเพิ่งรู้ว่าที่ดินว่างเปล่าที่ฉันเคยดูไว้ ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นคอนโดหรู
ฉันเพิ่งได้รู้อะไรใหม่ๆที่ฉันไม่เคยได้เห็นมาก่อนได้มากมายจริงๆ
 
7.14 PM
 
ฉันฝังตัวเองอยู่ในมุมมุมหนึ่งในFood Courtของห้างห้างหนึ่ง
ณ มุมหนึ่ง คู่รักคู่หนึ่งกำลังหยอกเอิน นั่งหัวเราะพูดคุย สนุกสนาน
ณ มุมหนึ่ง คู่รักอีกคู่หนึ่งกำลังพยายามง้องอนออดอ้อนคนรัก
ณ มุมหนึ่ง คู่รักสูงอายุคู่หนึ่งกำลังนั่งส่งยิ้มให้กันอย่างอบอุ่น
ภาพที่เห็นมันช่างดูน่าอิจฉา สำหรับคนที่นั่งอยู่คนเดียวอย่างไร้คู่อย่างฉัน
แต่เมื่อฉันกวาดสายตาไปรอบๆ
แม้บรรยากาศรอบตัวจะดูเหมือนมีคู่รักมากมายรายล้อม
แต่ก็มีใครอีกหลายๆคนที่กำลังนั่งอยู่คนเดียวเพียงลำพังเช่นกัน
ทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาว่า
 
จริงๆแล้วคนที่เหงา เค้าไม่เหงาหรอก เพราะว่ายังมีคนอีกมาก "ที่กำลังเหงาเป็นเพื่อนเค้า"
 
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงจากปลายทางบอกฉันให้เดินไปยังจุดนัดพบ
ระหว่างทางฉันเจอชายหญิงคู่หนึ่งเดินจูงมือกับอย่างอบอุ่นกระหนุงกระหนิง
แต่สายตาฉันมันดันไปสะดุดถ้อยคำบนเสื้อของฝ่ายหญิงที่ว่า
 
"คนที่ไม่รักดี คนที่ดีไม่รัก"
 
โลกนี้ก็มีอะไรที่แปลกดีเนอะ ฉันอยากรู้จริงๆว่าฝ่ายชายเค้ากำลังคิดอะไร 
 
9.36 PM
 
เสร็จสิ้นจากอาหารเย็นท่ามกลางสายฝน
ฉันนั่งรถกลับบ้านโดยมีเพื่อนฉันเป็นคนขับ
การเป็นคนนั่งมันดีอย่างนี้นี่เอง
ได้มองข้างทางได้มากขึ้น มีมุมมองที่กว้างมากขึ้น
 
บางครั้ง ภาระหน้าที่ มันก็เป็นตัวบดบังมุมมองต่างๆได้เหมือนกัน
 
แต่มันก็คงเป็นเรื่องยาก ที่จะผละจากภาระหน้าที่ทั้งหมดที่มี
เพราะยังไงเราก็คงไม่มีโอกาสได้มองโลกรอบทิศทางอย่างที่ต้องการ
เรื่องราวต่างๆมันมักจะมีด้วยกันสามมุมมองเสมอ
 
มุมมองที่เรามองเห็นและยอมรับ
มุมมองที่เรามองเห็นแต่เราไม่ยอมรับ
และมุมมองที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้มอง
 
1.28 AM
 
นั่งเขียนบล็อคด้วยความตั้งใจว่า…
วันนี้ฉันจะลองเขียนเรื่องราวด้วยวิธีที่ไม่เคยเขียนและไม่ถนัดที่จะเขียน
แต่เพราะว่าวันนี้ฉันอยากจะลองอะไรใหม่ๆ อยากทำอะไรแปลกๆ อยากคิดอะไรด้วยมุมใหม่ๆ
 
ไอหนาวที่เกาะกุมผิวกายเริ่มฝังลึกลงไปถึงผิวใจ
มีเพียงเสียงเพลงเบาๆช่วยโอบกล่อมความเงียบเหงาของความรู้สึก
 
นึกถึงเพื่อนดีเจคนนั้นแล้วอยากจะบอกว่า
"เธอยังมีฉันตรงนี้อีกคน ที่คอยฟังเพลงที่เธอเปิดและจะคอยเหงาเป็นเพื่อนกัน"
 
เพราะจริงๆแล้วตัวเราเองเท่านั้นที่คิดว่าเหงา
แต่ว่าเราไม่เหงาหรอก…
เพราะว่ายังมีใครต่อใครอีกมากมายในโลกใบนี้ ที่กำลังเหงาเป็นเพื่อนเรา
 
2.22 AM
 
ฉันไปนอนแล้วนะ หลับฝันดี
 
 
written by: naynujang
2.23 AM
เผยแพร่ใน: on ตุลาคม 27, 2007 at 2:23 am  ความเห็น (9)  

หยดน้ำกับกำลังใจ

ฉันกำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหยดน้ำเล็กๆ
ที่กำลังมีความมุ่งมั่นใฝ่ฝันที่ยิ่งใหญ่
เป็นหยดน้ำที่พยายามเติมแก้วใบใหญ่ ให้เต็ม
เป็นหยดน้ำที่พยายามหล่อเลี้ยงต้นกล้าเล็กๆ ให้กลายเป็นต้นไม้ใหญ่
เป็นหยดน้ำที่กำลังพยายามสร้างสายธาร บนท้องทะเลทราย
 
แต่หยดน้ำเล็กๆ ก็เป็นเพียงแค่หยดน้ำเล็กๆ
ที่มีเพียงความอดทนเพียรพยายามของตัวเอง
ทำได้แค่เพียง ค่อยๆหยดตัวเองลงในแก้วใบใหญ่ ทุกวันๆ
ค่อยๆหยดตัวเองลงบนดินหล่อเลี้ยงต้นกล้า หวังว่าสักวันมันจะแผ่กิ่งก้านชูใบ
ค่อยๆหยดตัวเองลงบนพื้นทะเลทรายร้อนระอุ โดยหวังว่าดินทรายจะชื้นแฉะกลายเป็นร่องลำธารในสักวัน
 
แต่หยดน้ำเล็กๆ ก็เป็นได้แค่เพียงหยดน้ำเล็กๆ
ที่ถึงแม้จะมีความมุ่งมั่นพยายามเพียงไหน
หากเพียงแก้วใบใหญ่ยังมีรอยรั่วเล็กๆอยู่
หากเพียงแค่ต้นกล้าไม่เคยได้รับการใส่ปุ๋ย
หากแสงแดดร้อนแรงไม่เคยหยุดแผดเผา
หยดน้ำ ก็ยังคงเป็นเพียงแค่หยดน้ำ
ที่กำลังเสียสละตัวเองเพื่อสิ่งที่ไม่มีวันเป็นความจริง
 
เคยสำรวจรอบๆตัวเองดูบ้างไหม
ว่ามีใครบ้างที่กำลังทำตัวเป็นหยดน้ำเพื่อเธออยู่
หรือมีใครบ้างที่กำลังเป็นหยดน้ำเพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขา
ลองช่วยอุดรูรั่วของแก้วใบนั้นให้เขาดูบ้างไหม
ลองช่วยใส่ปุ๋ยบำรุงต้นกล้าต้นนั้นให้เขาดูบ้างสิ
ลองช่วยสร้างร่มเงา เติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื่นให้พื้นทะเลทรายเพื่อเขาบ้าง
 
แม้รูรั่วบนแก้วใบนั้นอาจจะไม่มีทางอุดมันได้สนิท
แม้ต้นกล้าต้นนั้นอาจจะไม่มีทางเติบใหญ่ได้ภายในวันนี้ วันพรุ่งนี้
แม้สายน้ำกลางทะเลทรายกว้างใหญ่อาจจะดูห่างไกลจากความเป็นจริง
 
แต่อย่างน้อย เจ้าหยดน้ำก็ได้รู้ว่า ยังมีใครคอยรับรู้ในสิ่งที่มันกำลังทำอยู่
ให้เจ้าหยดน้ำได้รู้ว่า ยังมีใครที่คอยมอบความห่วงใยและกำลังใจให้มัน
และให้เจ้าหยดน้ำได้รู้ว่า มันยังมีใครที่คอยใส่ใจและรับรู้คุณค่าในสิ่งที่มันกำลังทำ
 
บางครั้ง…เพียงกำลังใจเล็กๆ
เพียงข้อความสั้นๆ
เพียงถ้อยคำง่ายๆ
ที่มาจากใครสักคน คนที่สำคัญ
มันช่างมีคุณค่าและมีความหมาย
เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงใจที่คอยผลักดัน
ให้ใครคนหนึ่งต่อสู้ไปข้างหน้าเพื่อสิ่งที่มุ่งฝัน เพื่อเป้าหมายที่มุ่งหมาย
ได้มากมายเกินกว่าที่เราจะคาดเดา…
 
written by: naynujang
 
ปล. แล้ววันนี้ คุณลองมองเห็นคุณค่าของใครคนหนึ่ง ที่กำลังทำสิ่งต่างๆเพื่อคุณบ้างหรือยัง
 
 
 
เผยแพร่ใน: on สิงหาคม 8, 2007 at 1:40 am  ความเห็น (24)  

ไขว้คว้า…ล่าฝัน

ไขว้คว้า…
ไล่ตามหาความฝัน
แม้อ่อนล้า…ยังคงต้องฝ่าฝัน
อดทนเพื่อคืนวัน…ฝันเป็นจริง
 
ท้อ…
แต่ไม่ขอรอทุกสิ่ง
ความฝันที่ยิ่งใหญ่ของฉัน…มันต้องมีวันที่เป็นจริง
จะไม่มีวันทอดทิ้ง…คุณค่าของตัวเอง
 
วันนี้…ฉันเหนื่อยเหลือเกิน
กับการไล่ล่าตามความฝันความต้องการของตัวเอง
อยากจะหยุดพัก แต่ไม่อาจจะหยุดนิ่ง
ไม่อาจจะทอดทิ้งจุดมุ่งหมายที่ปลายฝันของตัวเอง
ทำได้เพียงแค่พยายามก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป
แม้จะเหนื่อยล้าเท่าไหร่ ก็ต้องฝืนทน
 
ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า…
ชีวิตของคนหนึ่งคนจะต้องพบเจอบททดสอบของชีวิต… มากมายเพียงไร
แต่ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้
เพราะฉัน…จะไม่มีวันทอดทิ้งคุณค่าของตัวฉันเอง
 
Written by: naynujang
เผยแพร่ใน: on กรกฎาคม 6, 2006 at 3:29 pm  ความเห็น (43)  

เพราะอะไร…

ผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมบนโลกใบนี้ นับหมื่นนับแสนล้านคน
แต่เราสองคน…คนสองคน
                        …เรารู้จักกัน
ผู้คนมากมายเดินสวนทางผ่านกันไปมา
แต่เราสองคน…คนสองคน
                        …เราเดินด้วยกัน
ผู้คนมากมายเพียงแค่ยิ้มทักทายยามพบเจอ
แต่เราสองคน…คนสองคน
                        …เราร้องไห้ เราหัวเราะ เรามีเรื่องราวมากมายให้พูดคุย
ผู้คนมากมายเพียงร่วมแสดงความเสียใจในวันที่เราล้มลง
แต่เราสองคน…คนสองคน
                        …เราช่วยกันฝ่าฟันจนผ่านพ้นไปด้วยดี
ผู้คนมากมายมีโอกาสได้พบเจอกันเพียงเสี้ยววินาที
แต่เราสองคน…คนสองคน
                        …เรามีโอกาสได้ชิดใกล้เคียงข้างกาย
ผู้คนมากมายเห็นเราเพียงแค่ใครคนหนึ่งที่พบเจอ
แต่สำหรับฉันและเธอ
                        …มันมีความหมายอะไรมากมายกว่านั้น
 
มีใครบางคนบอกฉันไว้…
ว่าที่คนเรามาพบเจอกันได้ในวันนี้
ไม่เป็นเพราะมีบุญร่วมกัน ก็คงเป็นบาปที่ร่วมกันทำไว้
บ้างก็บอกฉัน…
ว่าคงเป็นเพราะสัญญาใจอะไรบางอย่าง
ที่แต่ละคน ต่างให้กันเอาไว้
บ้างก็บอกฉัน…
ว่าคงเป็นเพราะพันธกิจหน้าที่อะไรบางอย่าง
ที่แต่ละคนมีต่อกันและต้องร่วมกันทำให้สำเร็จ
บ้างก็บอกฉัน…
ว่าคงเป็นเพราะแต่ละคนมีเส้นทางของแต่ละคน
มันก็มีบ้างที่เส้นทางเหล่านั้น มันไปในทิศทางเดียวกัน
บ้างก็บอกฉัน…
ว่าคงเป็นเพราะความบังเอิญ
ที่มีเส้นบางๆกั้นกลางกับความมหัศจรรย์
บ้างก็บอกฉัน…
ว่าคงเป็นเพราะโชคชะตาและพรหมลิขิต
ที่ขีดเอาไว้สำหรับแต่ละคน
 
แล้วเธอละ เชื่อว่ามันเป็นเพราะอะไร???
 
written by: naynujang
เผยแพร่ใน: on มีนาคม 4, 2006 at 6:13 pm  ความเห็น (100)  

ก้อนหิน…สายน้ำ…ดวงอาทิตย์…หมู่ดาว

ฉันไม่อยากเป็นก้อนหินเล็กๆกลางสายธาร
ที่สายน้ำเพียงพัดผ่านแล้วจากไป
ขอเป็นโขดหินกลางทะเลสาบที่กว้างใหญ่
ที่สายน้ำคอยรายล้อมอยู่ข้างกายไม่ห่างไกล
 
ไม่อยากเป็นดวงอาทิตย์สาดแสงจ้า
แต่อ่อนล้าคราหลับไหล
ขอเป็นเพียงหมู่ดาวบนโค้งฟ้าไกล
ที่คอยส่องแสงสว่างไสว แม้ยามไม่มีใคร ใส่ใจก็ตาม 
 
เพราะก้อนหินก้อนเล็กๆกลางสายน้ำเชี่ยว
คงไม่มีเรี่ยวแรงใดๆที่จะต้านทานกระแสน้ำได้
ก็ได้แต่ถูกพัดพาไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย
คงไม่มีทางใดที่จะทำให้สายน้ำหยุดพักสนใจ
และคอยทะนุถนอมห่วงใยก้อนหินเล็กก้อนนั้น
ไม่เหมือนโขดหินกลางทะเลสาบ
ที่ไม่ว่ากระแสน้ำจะรุนแรงเช่นไร
มันก็ยืนหยัดมั่นคงได้
และไม่ว่าอย่างไร มันก็มีสายน้ำอยู่ข้างกายทุกเวลา
 
เพราะดวงอาทิตย์
คอยทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ของมันตลอดเวลา
คอยสาดแสงส่องทางให้ใครต่อใครมากมาย
จนกลายเป็นความเคยชินที่ทุกคนคุ้นเคย
และมักถูกลืมเลือนจนอ่อนล้าไปเมื่อสิ้นวัน
ไม่เหมือนกับหมู่ดาวที่พราวฟ้า
ที่ยังคงอยู่ที่ตรงนั้น แม้ในเวลาที่ไม่มีใครสนใจ
แสงดาว…
ที่มีคุณค่าเสมอ ในยามที่ฟ้ามืดมน
 
written by: naynujang
เผยแพร่ใน: on กุมภาพันธ์ 11, 2006 at 6:40 pm  ความเห็น (45)  

ชีวิตกับการเดินทาง

ชีวิตของฉัน…ยังคงอยู่กับการเดินทางต่อไป
การเดินทางที่ยังไม่มีจุดสิ้นสุด
การเดินทางเพื่อค้นหาอะไรสักอย่างที่มีความหมาย
แม้ยังไม่รู้ว่าสิ่งๆนั้นมันคืออะไรและอยู่ที่ใด
ฉันรู้เพียงว่า…
ระหว่างการเดินทางของฉัน
ฉันได้พบเจอกับอะไรมากมาย
มีหลายครั้ง ที่ฉันต้องผิดหวังเสียใจ
ต้องสูญเสียน้ำตาให้กับความผิดหวัง
แต่ก็มีอีกหลายครั้งเช่นกัน
ที่ฉันได้พบเจอกับความอบอุ่นในหัวใจ
จนก่อเกิดกลายเป็นรอยยิ้มแห่งความปรีดี
การเดินทาง…
มันทำให้ฉันเข้าใจและคุ้นเคยกับการพบเจอและลาจาก
ยิ่งเราเดินทางมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งพบเจอและลาจากมากขึ้นเท่านั้น
แต่ถ้าเราไม่กล้าที่จะเผชิญกับมัน
เราก็จะไม่มีวันได้พบเจออะไรใหม่ๆที่งดงาม
ฉันมั่นใจว่า…
หลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันได้พบเจอระหว่างการเดินทาง
มันได้กลายมาเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ล้ำค่า
ที่ทำให้ฉันได้เชื่อว่า
ชีวิตยังจำเป็นต้องเดินทางต่อไปข้างหน้า
เพื่อเรียนรู้และค้นหาตัวเอง
 
written by: naynujang
เผยแพร่ใน: on มกราคม 14, 2006 at 6:39 pm  ความเห็น (65)  

อย่างน้อยก็ไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง…

ไม่รู้ว่ามันเป็นความโชคดีหรือโชคร้าย
ที่ฉันเป็นคนที่มีหลากหลายบุคลิกแบบนี้
บางทีก็จริงจัง บางทีก็ขี้เล่น บางทีก็เงียบเหงา บางทีก็ร่าเริง
จนดูเหมือนเป็นคนน่าวุ่นวาย
และกลายเป็นความขัดแย้งในตัวเอง
แต่ใช่ว่าฉันจะแสแสร้งความรู้สึก
ทุกสิ่งทุกอย่างมันออกมาจากส่วนลึกจริงๆ…ว่ากำลังรู้สึกแบบไหน
แต่ก็เอาเถอะ…แม้แต่ตัวฉันเองบางครั้งก็ยังไม่เข้าใจ
อาจเป็นเพราะฉันมันเป็นตัวเจ้าปัญหาเกินกว่าใครจะรับได้…กระมัง
ก็เคยถามตัวเองอยู่เหมือนกัน
ว่าทำไมตัวฉันถึงเป็นแบบนี้
คำตอบเดียวที่ได้…คำตอบเดียวที่มี
เพราะฉันเชื่อมั่นว่าบางที
การทำอะไรตามความรู้สึกที่หัวใจต้องการ…
มันดีกว่าการต้องทำอะไรตามเหตุผลมากมาย
ฉันเชื่อว่าความรู้สึกคือสิ่งที่บอกเรา
ว่าจริงๆแล้วหัวใจเรากำลังต้องการอะไรและกำลังรู้สึกแบบไหน
และคำว่าเหตุผลคืออุปสรรคของความอิสระที่เลวร้าย
ที่จำกัดหัวใจเราเอาไว้…ไม่ให้โบยบิน
นั่นคงเป็นคำอธิบายที่ดี 
ว่าทำไมตัวฉันจึงมีความหลากหลายขนาดนี้
จนยากที่จะมีใครสักคนที่เข้าใจ
ทำให้ฉันยังคงต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียว…เดียวดาย…
ไม่ใครอยากทนอยู่เคียงใกล้…
และไม่มีใครอยากจะทนวิ่งไล่ตามความรู้สึกฉัน…สักคน
ไม่ใช่ว่าฉันเป็นคนเจ้าอารมณ์นะ
ไม่ใช่เป็นคนไม่มีเหตุผล…ไม่ใส่ใจคนรอบข้าง
แต่ฉันยังคงเลือกที่จะเป็นแบบนี้
แม้จะมีใครต่อใครมองว่าแสแสร้งหรือเรียกร้องความสนใจ
มันเป็นเพราะฉันรู้สึกดี…
ที่อย่างน้อย…ฉันก็ได้รู้ว่า
ฉันเป็นคนที่ไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง…เหมือนใครๆ
 
written by: naynuajang 
เผยแพร่ใน: on ธันวาคม 11, 2005 at 1:41 am  ความเห็น (45)  

ความห่วงใยที่จริงใจจากคนที่ไกลกัน….

ที่ผ่านมา…
ฉันไม่เคยเชื่อเลยว่า
ความห่างไกลจะสามารถก่อเกิดอะไรๆที่ดีๆได้
เพราะฉันไม่เคยไว้ใจความไกลห่างนั้นเอง…
ที่ผ่านมา…
ฉันไม่เคยเชื่อเลยว่า
ในวันที่ต้องการใครสักคน
คอยเป็นกำลังใจให้ในวันที่ท้อแท้
คนที่ห่างไกล…
จะมาคอยอยู่เคียงใกล้ห่วงใยกัน
แต่ในวันนี้…
ฉันกลับพบว่า
ในโลกแห่งจินตนาการและการขีดขียน
ที่ฉันใช้เพื่อแปรเปลี่ยนความหวั่นไหวให้กลายเป็นตัวหนังสือ
มันทำให้ฉันได้รับรู้ว่า…
ยังมีใครๆอีกมากมาย
ที่คอยแวะเวียนมาห่วงใยและมอบความจริงๆใจให้กัน
แม้เป็นเพียงข้อความสั้นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ
มันทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า…
ระยะทางใช่เป็นสิ่งทีเลวร้ายอีกต่อไป
ความใกล้ชิดต่างหากที่เป็นสิ่งน่ากลัว
เพราะคนชิดใกล้ที่เราไว้ใจ…
เขามักจะกลายเป็นคนที่ทำร้ายเราอย่างโหดร้าย
โดยที่เราไม่มีโอกาสได้รู้ตัว…
 
ขอขอบคุณทุกคนจริงๆจากใจ
ขอขอบคุณทุกๆความห่วงใยที่จริงใจจากคนที่ไกลกัน…
 
written by: naynujang
เผยแพร่ใน: on ธันวาคม 1, 2005 at 12:26 am  ความเห็น (100)  

เปิดใจ…กำลังใจ

ไม่มีใครไม่เคยพ่าย
ไม่มีใครไม่เคยแพ้
ไม่มีใครไม่เคยอ่อนแอ
ยังมีคนท้อแท้มากกว่าเธอเหมือนกัน
อดทนไว้กับปัญหา
จงฟันฝ่าอุปสรรคที่ขวางกั้น
ให้เธอรู้ไว้ว่ายังมีฉัน
คอยเป็นกำลังใจให้เธอฝ่าฟัน…
จงอย่าหวาดหวั่น…มันไม่มีอะไรให้ต้องกลัว…
 
 
ใครคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า…
การที่เรารู้สึกว่าเรื่องราวในอดีตเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน
เป็นเพราะว่าเราเฝ้าแต่คิดทบทวนเรื่องราวเหล่านั้น
เรื่องที่ดีๆ ความทรงจำที่มีค่า…
เราก็มักจะนึกถึงมันบ่อยๆและไม่ยอมปล่อยให้ความทรงจำนั้นจากไปไหน
ในขณะที่เรื่องราวที่เจ็บช้ำ เรากลับพบว่าไม่ว่าเราจะทำเช่นไร…
เราก็ไม่เคยลืมมันไปได้
นั้นเพราะทุกครั้งที่เราเผลอนึกทบทวนมัน…มันก็ตอกย้ำเราทันที…
เพียงแต่ว่าความทุกข์มันตอกย้ำเราหนักหน่วงมากกว่าความสุข
เพียงแต่ว่าคนเรา…ไม่อาจลืมเลือนอะไรไปจากใจได้อย่างแท้จริง
นั้นคือสาเหตุที่ทำไม…คนที่มีอดีต…
จึงมักจมอยู่กับอดีตอย่างไม่มีทางหลีกหนีไปไหน
เหมือนอย่างฉัน…ที่ผ่านมา…
 
ช่วงหลายๆวันที่ผ่านมา…
รู้สึกว่าตัวเองได้เข้าใจอะไรอีกมากมาย
หลังจากที่ได้ลองเปิดใจให้มากขึ้น…
ก็ทำให้ได้พบสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต…
และมันทำให้ฉันเข้าใจว่า…เราไม่ได้อยู่คนเดียวอย่างเดียวดายบนโลกใบนี้
เพียงแต่เราไม่ได้ลองเปิดใจ…เท่านั้นเอง
ลองให้กำลังใจชีวิตดูสิ…และอย่ากลัวกับการเปิดใจ
 
written by: naynujang
 
—  ขอบคุณ "อดีต" ที่เป็นบทเรียนให้ "ปัจจุบัน"
—  ขอบคุณ ทุกๆคนที่แวะเวียนเข้ามาในspace ที่ทำให้รู้ว่า ฉันไม่เดียวดาย
—  ขอบคุณ "เธอ" ที่ทำให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิต "อีกครั้ง"
 
PS  ถึงเพื่อนรัก…จำกลอนบทนี้ได้ไหม ที่เคยเขียนให้นายครั้งหนึงเมื่อนานมาแล้ว…
เขียนให้อีกครั้งนะ เพื่อจะย้ำว่า ยังเป็นกำลังใจให้กันเสมอ…
PS  มาตอบคำถามอ่ะ "เธอ" ก็คือเธอไง
ทุกๆคนที่อยู่เป็นเพื่อนที่ดี คอยให้กำลังใจกันผ่านคืนวันที่เลวร้าย
ไม่เหมือนใครอีกหลายๆคนที่ผ่านเข้ามาและเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ผ่านไป…
เผยแพร่ใน: on พฤศจิกายน 2, 2005 at 7:11 pm  ความเห็น (26)  

ต่างจิตต่างใจ…ต่างความใฝ่ฝัน

ต่างคนต่างใจ…
ต่างจุดมุ่งหมาย…ต่างความใฝ่ฝัน
ต่างชีวิต…ต่างคิดต่างกัน…
แต่ที่สำคัญ…เราคงมั่นกับตัวเอง…เพียงไร
 
 
เธอจ๋า…
หลังจากที่ฉันได้หยุดพัก ดูแลรักษาความรู้สึกตัวเอง
หลังจากที่ได้มีเวลาหลีกหนีเรื่องราววุ่นวายในชีวิต
มันทำให้ฉันได้มีเวลาหยุดคิดทบวนสิ่งต่างๆที่ผ่านมา
มันทำให้ฉันรู้และเข้าใจว่า…
ต่างคนต่างจิตต่างใจ…
ต่างคนต่างความใฝ่ฝัน
หากเราไม่ยึดมั่นกับความฝันของตัวเอง…
เราก็จะพบเพียงแต่ความสับสนที่จะทำให้เราหลงทาง…
 
PS…หายเบื่อแล้วละ ^_^
 
written by: naynujang
เผยแพร่ใน: on ตุลาคม 24, 2005 at 2:27 am  ความเห็น (4)  
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.